Mantra Care เพื่อคน เพื่อชุมชน เพื่อโลก
Mantra Care : เพื่อคน เพื่อชุมชน เพื่อโลก

ร่วมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนผ่านโครงการ CSR-DIW
การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ไม่ได้หมายถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว หากแต่หมายถึง การเติบโตที่สร้างคุณค่า ให้แก่ผู้คน ชุมชน และสังคม
โดยรอบควบคู่กันไป
ด้วยแนวคิดดังกล่าว บริษัท มันตรา สวิทช์เกียร์ จำกัด จึงได้ดำเนินโครงการ “Mantra Care : เพื่อคน เพื่อชุมชน เพื่อโลก”ภายใต้แนวทาง CSR-DIW (Corporate Social Responsibility – Department of Industrial Works) เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมขององค์กรและพนักงานในการสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

จุดเริ่มต้นของความร่วมมือ
โรงเรียนคลองบางกะอี่ เป็นหนึ่งในผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญของโครงการในครั้งนี้ โดยก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนได้ติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาสำหรับใช้ในการเรียนการสอนและการฝึกซ้อมของนักเรียน
บริษัทฯ จึงได้ร่วมสนับสนุนลูกฟุตบอลและลูกวอลเลย์บอลมาตรฐาน เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย การพัฒนาทักษะด้านกีฬา และสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้กับนักเรียน

จากการพูดคุยกับคณะครูและบุคลากรของโรงเรียน บริษัทฯ ได้รับทราบว่านักเรียนหลายคนไม่เคยมีโอกาสฝึกซ้อมกับลูกวอลเลย์บอลหนังมาตรฐานที่ใช้ในการแข่งขันจริงมาก่อนการได้สัมผัสอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกับการแข่งขัน จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยพัฒนาทักษะ ความคุ้นเคย และความพร้อมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาในอนาคต

จากการพูดคุยกับคณะครูและบุคลากรของโรงเรียน บริษัทฯ ได้รับทราบว่านักเรียนหลายคนไม่เคยมีโอกาสฝึกซ้อมกับลูกวอลเลย์บอลหนังมาตรฐานที่ใช้ในการแข่งขันจริงมาก่อนการได้สัมผัสอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกับการแข่งขัน จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยพัฒนาทักษะ ความคุ้นเคย และความพร้อมของนักเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาในอนาคต
แม้อุปกรณ์กีฬาอาจเป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ แต่สำหรับเด็กและเยาวชน สิ่งเหล่านี้สามารถกลายเป็นโอกาสในการเรียนรู้ การพัฒนาตนเอง และการสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างมีความหมาย
แม้อุปกรณ์กีฬาอาจเป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ แต่สำหรับเด็กและเยาวชน สิ่งเหล่านี้สามารถกลายเป็นโอกาสในการเรียนรู้ การพัฒนาตนเอง และการสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างมีความหมาย

เริ่มต้นกระบวนการ CSR-DIW
อย่างเป็นรูปธรรมเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ ได้จัดประชุมเปิดโครงการ CSR-DIW ระหว่างผู้บริหารและพนักงาน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ แนวทางการดำเนินงาน และบทบาทของพนักงานในการร่วมสร้างคุณค่าทางสังคม
ต่อมาในวันที่ 18 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ ได้ร่วมสานเสวนากับผู้บริหารและบุคลากรของโรงเรียนคลองบางกะอี่ เพื่อรับฟังความคิดเห็น ความต้องการ และประเด็นที่โรงเรียนต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม
การสานเสวนาดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนสำคัญของกระบวนการ CSR-DIW ซึ่งมุ่งเน้นการรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนการวางแผนและดำเนินกิจกรรม เพื่อให้การสนับสนุนตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง


การมีส่วนร่วมของพนักงานและการนำความเชี่ยวชาญมาสร้างประโยชน์แก่สังคม
ภายหลังการรับฟังข้อมูลจากโรงเรียน ทีมวิศวกรของบริษัทฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียน เพื่อรวบรวมข้อมูล ศึกษาสภาพการใช้งาน และวิเคราะห์แนวทางในการสนับสนุนที่เหมาะสมในระยะต่อไป
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงแนวคิดของบริษัทฯ ที่ต้องการนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลักขององค์กร มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและชุมชน
พร้อมกันนี้ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ ยังได้จัดกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ CSR-DIW ให้แก่พนักงาน ผ่านการบรรยาย กิจกรรมกลุ่ม และเกมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างความตระหนักรู้ถึงบทบาทของทุกคนในการขับเคลื่อนความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน


ก้าวต่อไปของโครงการ
เพื่อสานต่อความร่วมมือระหว่างองค์กรและชุมชน บริษัทฯ มีแผนเข้าร่วมกิจกรรมเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดร่วมกับโรงเรียนคลองบางกะอี่
ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 กิจกรรมดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเยาวชน สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหายาเสพติด และสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับเด็กและชุมชน


เพื่อคน เพื่อชุมชน เพื่อโลก
บริษัท มันตรา สวิทช์เกียร์ จำกัด เชื่อว่าการพัฒนาเด็กและเยาวชนไม่ได้เกิดขึ้นจากตำราเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากองค์ประกอบหลายด้านที่ทำงานร่วมกัน ทั้งโอกาสทางการศึกษา อุปกรณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสม สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย กิจกรรมสร้างสรรค์ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
เพราะการช่วยเหลือที่ยั่งยืน ไม่ได้เริ่มต้นจากการ “มอบ” เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการ “รับฟัง” “เข้าใจ” และ “ลงมือทำร่วมกัน”
แม้สิ่งที่เราทำในวันนี้อาจเป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ แต่เราเชื่อว่าก้าวเล็ก ๆ เหล่านี้ จะสามารถสร้างโอกาส สร้างความปลอดภัย และสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้แก่เด็ก เยาวชน และชุมชนได้อย่างยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของโครงการ “Mantra Care : เพื่อคน เพื่อชุมชน เพื่อโลก”
ความสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
แผนงาน/โครงการ "Mantra Care: อาสาซ่อมไฟ ใส่ใจความปลอดภัยในโรงเรียน เป็นการถ่ายถอดองค์ความรู้ในเรื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกวิธี การป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น องค์ความรู้ดังกล่าวสามารถสร้างวิทยากรในเรื่อง การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า การป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว ได้ไม่ต่ำกว่า 5 คน และองค์ความรู้ดังกล่าวสามารถ่ายทอดไปสู่ผู้ปกครองของนักเรียน และคนในชุมชนได้อีกด้วยและความรู้ดังกล่าวทำให้เกิดการลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของคนในชุมชน ทำให้เกิดความยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ในโครงการยังมีการให้ความรู้ เรื่อง การคัดแยกขยะ ความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วยความเชื่อมโยง/ความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)โครงการมีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ดังนี้
เป้าหมายที่ 4 : สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม เนื่องจากโครงการมีการถ่ายทอดความรู้และทักษะด้านความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า การป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ครูและนักเรียน ซึ่งเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน รวมถึงสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อไปยังผู้ปกครองและสมาชิกในชุมชน ช่วยสร้างความตระหนักและทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างปลอดภัย
เป้าหมายที่ 13 : ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น เนื่องจากโครงการมีการส่งเสริมความรู้ด้านการคัดแยกขยะและการจัดการขยะอย่างเหมาะสม ซึ่งช่วยสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมพฤติกรรมที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของนักเรียน ครู และชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชน ผลตอบแทนจากการลงทุนทางด้านสังคมของแผนงาน (SROI) มีค่าเท่ากับ 0.82